Print
Hits: 3620
เปิดตัวภาพยนตร์ องค์บาก2 (คลิป+ข่าว)

 

 

 

{denvideo http://www.youtube.com/watch?v=M9C-giKxZ9E}

 

{denvideo http://www.youtube.com/watch?v=sQmmO5yhObk}

 

>>> ชมคลิปการเปิดตัวองค์บาก2 พร้อมกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว และเสี่ยงเจียง หลังจากเกิดปัญหาขึ้น<<< 
>>> http://www.daradaily.com/clip/dumv/1XzvSKTO8uGT <<<

 

"เสี่ยเจียง - โทนี่จา" ร่วมแถลงข่าว "องค์บาก2" มั่นใจตลาดนอกซื้อแน่ พร้อมฉาย 5 ธันวาฯ

ร่วมกันสร้างชื่อมาจาก "องค์บาก1" และ "ต้มยำกุ้ง" กับคอนเซ็ปต์ ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้สตั้นท์ คงจะไม่มีใครคิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง "จา พนม ยีรัมย์" กับ "เจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ" ที่มีให้กันเหมือนพ่อกับลูกจะมาเกิดปัญหา แต่ในปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ "จา - เสี่ยเจียง" ได้พบหน้าอีกครั้ง เพื่อเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นแล้ว

ที่โรงละครหุ่นเล็ก โจ หลุยส์ เธียเตอร์ เมื่อวันที่ 11 พศจิกายนนี้  เปิดตัวภาพยนตร์ "องค์บาก 2" ที่ถ่ายทำเสร็จพร้อมเข้าฉายแล้ว โดยมี จา พนม ยีรัมย์ พระเอกนักบู๊ นั่งแท่นกำกับร่วมกับผู้ที่เป็นทั้งอาจารย์และผู้ควบคุมการสร้างของ องค์บาก 2 อย่าง "พันนา ฤทธิไกร" ซึ่งใช้เวลาในการถ่ายทำมานานกว่า 3 ปี ด้วยทุนสร้างกว่า 300 ล้านบาท ก็เตรียมเข้าฉายให้ได้ดูกันแล้ว 5 ธ.ค. นี้  โดยมี ปรัชญา ปิ่นแก้ว ,เสี่ยเจียง-สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ และ พันนา ฤทธิไกร ร่วมในงานแถลงข่าว

 


สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ เปิดตัวอย่างน่าตื่นเต้นด้วยการเรียกความสนใจของผู้ชมด้วยการโชว์ศิลปะการต่อสู้ ด้วยศาสตราวุธ โดย "จา พนม" โชว์ศิลปะการต่อสู้มือเปล่า ด้วยท่าทางคล้ายการรำไทย เหมือนกับโขนของนาฏศิลป์ ซึ่งแปลกและไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 


จากนั้นผู้กำกับมือใหม่ก็เริ่มกล่าวถึง ภาพยนตร์แห่งความภูมิใจนี้ ว่า มั่นใจว่า องค์บาก 2 นี้จะยิ่งใหญ่เพราะมีจิตวิญญาณของการต่อสู้หลายๆ ชาติผสมผสานความเป็นไทย เชื่อว่าต่างชาติต้องสนใจอย่างมาก

 


ในขณะที่ผู้กำกับคิวบู๊มือหนึ่ง พันนา กล่าวถึงรูปแบบการต่อสู้ในหนังเรื่องนี้ ว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการต่อสู้ของทุกประเทศมาผสมผสานกัน เช่น ซามูไร มวยจีน มวยไทย และดาบอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนลึกของศิลปะการต่อสู้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคิวบู๊ตนไม่ได้แนะนำอะไรจา พนม มากนัก เพราะมีความเป็นมืออาชีพสูง และได้เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้จากประเทศต่างๆ มามากด้วยตัวเองแล้ว จึงมั่นใจว่าคิวบู๊ในหนังเรื่องนี้ไม่แพ้กับหนังเรื่องไหนๆ

 


ด้าน เสี่ยเจียง กล่าวว่า ตั้งแต่แรกที่ จา พนม ยื่นบทให้อ่าน ตนก็รู้สึกตื่นเต้น และเชื่อมั่นหนังเรื่องนี้จะทำกำไรได้มาก ขึ้นทำเนียบหนังระดับโลกได้แน่ เพราะหนังเรื่องนี้ได้นักแสดงที่มีคุณภาพ รวมกับทีมโปรดักชั่นส์ชั้นเยี่ยม รวมทั้งงบประมาณที่สร้างก็มากกว่าหนังทุกๆ เรื่องของไทย

 


"ก่อนหน้านี้ บริษัทต่างประเทศได้มาขอซื้อองค์บาก 2 ตั้งแต่ยังไม่สร้างไม่เสร็จ โดยได้วางมัดจำไปก่อนแล้ว 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีกำหนดสร้างเสร็จตามสัญญาคือ 2 ปี แต่ปรากฏว่าตัวหนังสร้างเสร็จใช้เวลาถึง 3 ปี ทำให้เกิดการผิดสัญญาขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ได้ส่งเงินมัดจำคืนเค้าไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้ เพราะผมมั่นใจว่าหนังที่มีคุณภาพอย่างนี้ ไม่ช้าต่างประเทศก็จะกลับมาซื้ออย่างแน่นอน" เสี่ยเจียง กล่าวอย่างเชื่อมั่น

 


ต่อมาทีมนักแสดงขึ้นกล่าวให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในการ่วมงาน โดยมีนักแสดงที่มาร่วมได้แก่ สรพงษ์ ชาตรี,หนุ่ม-สันติสุข พรหรมศิริ, นิรุตต์ ศิริจรรยา, ศรัณยู วงศ์กระจ่าง และ จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม ทั้งนี้ สรพงษ์ ซึ่งรับบทเป็น "เชอนัง" ได้กล่าวว่า ยอมรับว่าผู้กำกับคนนี้มีความตั้งใจสูงมาก แถมยังเป็นหนังที่ตนรู้สึกทรมานที่สุด เพราะต้องไว้หนวดไว้เคราเป็นมหาโจร กินอะไรก็ไม่ได้ กินได้แต่ไมโล

 


ด้าน จ๊ะจ๋า กล่าวว่า ในฉากที่ต้องเล่นกับอารมณ์ความรู้สึก ชื่นชมในตัว จา พนมมาก เพราะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างดี ไม่แพ้กับคิวบู๊เลย

 


สำหรับเรื่องย่อของ "องค์บาก2"  เป็นเรื่องราวของ "เทียน" (จา พนม ) เด็กน้อยที่หวังเติบใหญ่เป็นนักรบผู้แกร่งกล้า เช่นบิดา ออกญาสีหเดโช (สันติสุข พรหมศิริ) นายทหารผู้ซื่อสัตย์ซึ่งจงรักภักดีต่อเหนือหัวผู้ที่ยอมแม้กระทั่งชละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องแผ่นดินจากเหล่าศัตรูและคนทรยศ

 


จากคำทำนายที่ว่าเมื่อใดที่ เทียน ถือกำเนิดในฤกษ์พระกาฬเติบใหญ่ภายใต้วังวนแห่งคมดาบและกลิ่นคาวเลือด เมื่อนั้นจะมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องล้มตายทำให้ บิดาของเทียน ติดสินใจส่งเทียนไปให้ ครูบัว (นิรุตติ์ ศิริจรรยา) เพื่อนสนิทของออกญาสีหเดโช ให้ช่วยฝึกสมาะ เรียนการฝึกฝนจิตใจ และศึกษาในด้านวิชาโขนนาฏศิลป์เพื่อหวังใหสิ่งเหล่านี้ช่วยจรรโลงจิตใจให้เกิดแต่สิ่งดีๆ
 

 

แต่แล้วชีวิต เทียน ต้องมาพบความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เมื่อ พระยาราชเสนา (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) ที่วางแผนขึ้นครองความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ลงมือส่งนักฆ่ามือดีเพื่อลอบสังหารครอบครัว และเหล่าทหารให้สิ้นซาก โดยมีเทียนคนเดียวที่รอดชีวิตมาได้ท่ามกลางความแค้นที่อัดแน่นในจิตใจ

 


โชคชะตาพลิกผันอีกครั้งเมื่อ เทียน ได้พบ "เชอนัง" (สรพงษ์ ชาตรี) หัวหน้าชุมโจรผาปีกครุฑผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ช่วยตัวให้พ้นมือจากพ่อค้าทาสและยักษ์ขมุจอมโหด เพราะเห็นถึงจิตวิญญาณความเป็นนักสู้และสัญชาติญาณนักฆ่าที่แฝงเร้นอยู่ จึงตัดสินใจรับเป็นลูกบุญธรรม ให้การชุบเลี้ยงฝึกฝนวิชาสรรพวิชาอาวุธทุกรูปแบบจากเหล่าปรมาจารย์แต่ละสาขาวิชา เมื่อ เทียน เก่งกาจขึ้น เชองนัง ก็จะแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองโจร แต่เทียน ยังมีเรื่องที่ยังค้างคาใจ อยู่คือการ ปลิดชีพผู้ที่สังหารหมู่ครอบครัวของเขา เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป

 

 

 

โปรดติดตามชมภาพยนตร์ "องค์บาก2" ได้ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้

**********************************************************

"จา" ยอมใช้สลิง "องค์บาก 2" รับฝึกจิตในป่าจนเกือบเพี้ยน

“จา พนม” ฟุ้ง “องค์บาก 2” ต้องถูกใจคนทั่วโลก ส่วนปัญหาระหว่างถ่ายทำที่เป็นครึกโครมเมื่อ 4 เดือนก่อนเจ้าตัวปัดไม่ขอพูดถึง แต่ยอมรับฝึกสมาธิจน เกือบถอนตัวไม่ขึ้น ลั่นใช้สลิงเล่นหนังจริง แค่ประคองยังไม่ผิดคอนเซ็ปต์ "จา พนม" ยันสัมพันธ์กับ “เสี่ยเจียง” ยังดีเหมือนเดิม แต่ไม่ขอพูดถึงเรื่องเก่า
       

       ยืดเยื้ออยู่นาน ล่าสุดภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์มากปัญหา ผลงานการกำกับและแสดงนำล่าสุดของพระเอกนักบู๊ “จา พนม ยีรัมย์” เรื่อง “องค์บาก 2” ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
       
       ก่อนเข้าฉายในโรงพร้อมกันทั่วประเทศ 5 ธันวาคมนี้ ซึ่งภายในงาน “เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ” บังเหียนใหญ่ของสหมงคลฟิล์ม มาร่วมแถลงข่าวพร้อมเอาหัวการันตีด้วยตนเอง ลั่น ใครที่ได้ชมหนังเรื่องนี้จะต้องทึ่ง โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ เพราะนี่คือหนังทุ่มทุนสร้างที่สูงที่สุดในชีวิตของตน
       
       ด้าน “จา พนม” ออกมาพบปะสื่อมวลชนด้วยสีหน้าสดใสต่างจากช่วงที่มีปัญหาระหว่างถ่ายทำเมื่อ 4 เดือนก่อนเป็นอย่างมาก โวคิดค้นศิลปะการต่อสู้ใหม่ใน “องค์บาก 2” ด้วยตัวเอง บอกคนทั่วโลกต้องชอบแน่นอน
       
       “องค์บากภาค 2 จะต่างจากเรื่องแรก เป็นการเล่าถึงที่มาของการเป็นองค์บาก เป็นการย้อนยุคกลับไปเพื่อความแปลกใหม่ในตัวบทก็คือมีความลึก เรื่องโปรดักชั่นที่แปลกตาไม่ซ้ำ อย่างเรื่องนี้เรารวบรวมศิลปะการต่อสู้ทุกอย่างทุกชาติมาอยู่ในตัวคนเดียว มันไม่ใช่แค่ศิลปะธรรมดา แต่เป็นศิลปะที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ก็คือ นาฏยุกต์ อยากให้คนรู้ที่มาที่ไปของโขนครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมตั้งใจ”
       
       “ทุกอย่างต้องออกมาดีกว่าเรื่องที่ผ่านๆ มาแน่นอน ตัวงานจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าผมทำได้หรือไม่ได้ จะได้เห็นในภาพยนตร์ ผมว่าถ้าคนดูได้ดูหนังเรื่องนี้ ผมรู้ว่าคนทั่วโลกจะต้องชอบแน่นอน ผมอยากให้คนไทยรักหนังไทย ดูหนังไทย แล้วก็งดเทปผีซีดีเถื่อน”
       
       ยอมรับศึกษาทางฝึกสมาธิจนเข้าลึก และออกนอกวิถีพุทธจนเกือบถอนตัวไม่ขึ้น พร้อมโต้เรื่องนี้ใช้สลิงแค่ประคองตัวเองเท่านั้นไม่ถือว่าผิดคอนเซ็ปต์ จา พนม โนสตันท์ โนสลิง
       "ไม่ผิดคอนเซ็ปต์หรอกครับ ก็ใช้ให้มันกระโดดสูงขึ้น ประคองเฉยๆ เราต้องทำหนังก็คงใช้บางอย่าง ไม่ใช่เอาบ้าอย่างเดียว ก็เซฟตัวเองด้วย อย่างฉากที่ใช้ช้างก็เล่นเองครับ ตื่นเต้นมาก อันตรายที่สุด ก็เลยใช้สลิง มันอันตรายมาก สลิงก็ใช้ประคับประคองไม่ให้ตกเท่านั้นเอง มันอันตราย ไม่รู้ว่าช้างจะเหยียบมั้ย ระมัดระวังมาก 10 กว่าเทคกว่าจะผ่านได้ เรื่องนี้ซีจีไม่มีครับ"
       
       "เรื่องนี้ก็ศิลปะการต่อสู้อย่างมีศาสตร์และศิลป์ ฝึกสมาธิแบบเคลื่อนไหว แล้วผมก็ศึกษาจากครูบาอาจารย์หลายๆที่ก็ฝึกมาหลายๆท่า ผมก็ไปฝึก ลองฝึก ถึงขนาดว่าลงไปลึกมันจะถอนตัวยาก คือเรารู้ว่ามันไม่ใช่ทางพุทธ พระพุทธเจ้าคือสมาธิ การฝึกแต่ละคนมันก็ต่างไปอยู่แล้ว ผมทำอะไรทำจริง ทำแล้วต้องเชื่อ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ทำ เราลงไปหาข้อมูล ลงไปประเทศกัมพูชา ไปศึกษา ไปดูว่าโขนมาอย่างไร ก็ไปดูท่าพวกนั้น มันบอกกับท่าต่อสู้ได้"
       
       ส่วนเรื่องรายได้ องค์บาก 2 เจ้าตัวบอกหวังได้การตอบที่ดี เพราะเป็นการทำงานที่ตนภูมิใจที่สุด... “ของผมคืออยู่ที่การทำงาน องค์บากผมไม่รู้ว่ารายได้จะถล่มทลาย แต่ผมก็คาดหวังนะ ภาพยนตร์องค์บากภาค 2 เป็นเรื่องที่ผมได้ทำมันเป็นที่สุดแล้ว อันนี้น่าจะเพียงพอสำหรับผมนะ”
       
       ปัดพูดถึงปัญหาขณะถ่ายทำเมื่อ 4 เดือนก่อน “อันนี้ไม่ขอพูถึงดีกว่าครับ ตอนนี้ผมมุ่งมั่นและตั้งใจในการทำงานตรงนี้ก่อนดีกว่า (หัวเราะ)”
       
       ยันความสัมพันธ์กับต้นสังกัดยังดีอยู่ ฟุ้งเตรียมจ่อหนังเรื่องใหม่โดยเสี่ยเจียงเป็นผู้อนุมัติเรียบร้อยแล้ว แต่อุบยังไม่ขอให้รายละเอียดใดๆ
       
       “ผมรักหนังครับ (ยิ้ม) ก็น่าจะมีหนังต่อ ตอนนี้ก็คุยกับเสี่ยแล้วครับ เสี่ยครับทำหนังครับ (หัวเราะ) ทุกอย่างปกติดีเหมือนเดิมครับ เรื่องต่อไปขออุบไว้ก่อนดีกว่าครับ (ยิ้ม)”
       
       ส่วนบุคลิกที่ดูเปลี่ยนไป ตัวอย่างการแสดงที่ดูพัฒนาขึ้น เจ้าตัวบอกแต่จิตใจยังคงเดิม บอกบทบาทการแสดงตนเองพัฒนาขึ้น ส่วนเรื่องบวชที่เคยพูดไว้หากหนังจบอาจมีการบวชนั้น เจ้าตัวบอกขอชื่นชมผลงานองค์บากก่อนค่อยตัดสินใจอีกครั้ง
       "ความเปลี่ยนมันก็มีหลายบทบาท เราทำอะไร จิตมใจก็เหมือนเดิมครับ เป็นจา พนมคนเดิม อยู่ที่บทบาทเท่านั้นเองมองโลกมากขึ้นที่จะอยู่ในกรอบ เราจะรู้ว่าการเรียนมันไม่ใช่อยู่แค่ห้องเรียน มันมีอยู่เยอะ นำมาประยุกต์ใช้ได้เยอะ มันมีอีกมากมาย ก็เปลี่ยนไปมั้ยก็เปลี่ยนไปในแง่พัฒนาขึ้น"
       
       "ส่วนเรื่องบวช ให้บวชอีกแล้ว..(หัวเราะ) อยากชื่นชมองค์บาก 2 ก่อนแล้วต้องบวชแน่นอน เพราะในชีวิตผมยังไม่เคยบวช บวชแล้วจะได้แต่งงานซักที แต่ยังไม่มีครับ ถ้าโอกาสหน้าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ว่ากันใหม่"

ที่มา daradaily matichon youtube manager